ทำไมเราต้องมีผิวที่แข็งแรง
กันยายน 26, 2018
Genomic suplement คืออะไร?
มกราคม 3, 2021

โรคแพ้ถั่วปากอ้า หรือ โรค G6PD

G6PD หรือหลายๆ คนเรียกว่า โรคแพ้ถั่วปากอ้า เกิดจากภาวะบกพร่องของเอนไซม์ G6PD ซึ่งเป็นเอนไซม์สำคัญในขบวนการสร้างพลังงานของน้ำตาลกลูโคส ดังนั้นเอนไซม์ G6PD จึงเป็นเอนไซม์ที่ช่วยป้องกัน เม็ดเลือดแดงจากการทำลายของสารอนุมูลอิสระ แล้วโรคนี้เกิดจากอะไร ทำไมเด็กถึงเป็นกันมากแล้วส่งผลอะไรบ้างไปติดตามกันค่ะ

โรคแพ้ถั่วปากอ้า หรือ โรค G6PD คืออะไร?

โรค G6PD หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าโรคแพ้ถั่วปากอ้า (G6PD Deficiency หรือภาวะขาดเอนไซม์จีซิกพีดี) เป็นความผิดปกติทางพันธุกรรม ซึ่งทำให้ร่างกายขาดเอนไซม์ที่ช่วยให้เซลล์เม็ดเลือดแดงทำงานได้เป็นปกติ ซึ่งเอนไซม์ G6PD นี้ มีความสำคัญในกระบวนการเผาผลาญอาหารให้เป็นพลังงาน (เมตาบอลิซึ่ม) เมื่อขาดเอนไซม์ตัวนี้ จะส่งผลให้เกิดการทำลายสารอนุมูลอิสระ (Oxidants) ต่าง ๆ ที่เป็นพิษต่อเซลล์ในร่างกายโดยเฉพาะเซลล์เม็ดเลือดแดง ดังนั้นคนที่มีภาวะพร่องเอนไซม์ชนิดนี้จะทำให้เกิดอาการเม็ดเลือดแดงแตกได้ง่าย จนเกิดภาวะโลหิตจางตามมาได้ ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักไม่แสดงอาการเจ็บป่วย แต่บางรายอาจมีอาการผิดปกติ เช่น อ่อนเพลีย ตัวเหลืองตาเหลือง หายใจไม่อิ่ม เป็นต้น โดยอาการมักเกิดขึ้นหลังมีภาวะติดเชื้อ รวมทั้งเมื่อได้รับอาหารหรือยาบางชนิด พบในผู้ชายได้มากกว่าผู้หญิง

เด็กที่เป็นโรคนี้ มักมีอาการตัวเหลืองภายใน 24 ชม. จึงต้องได้รับการส่องไฟเพื่อรักษาอาการตัวเหลือง

 

ดูอย่างไรว่าลูกเป็นโรค G6PD?

ในเด็กทารกที่เป็นโรคนี้ ภายใน 24 ชั่วโมงหลังเกิด จะมีอาการตาเหลือง ตัวเหลืองตั้งแต่แรกเกิด และมีอาการดีซ่านที่ยาวนานผิดปกติ โดยภาวะนี้ เกิดจากความผิดปกติทางพันธุกรรม สามารถถ่ายทอดความผิดปกตินี้ไปสู่รุ่นลูก ซึ่งหากเป็นเด็กผู้ชาย จะเสี่ยงต่อภาวะนี้มากกว่าผู้หญิง สำหรับเด็กผู้หญิงมักไม่แสดงอาการเจ็บป่วยออกมา แต่สามารถส่งต่อไปสู่ลูกได้

สำหรับในเด็กโตและผู้ใหญ่ จะไม่มีอาการผิดปกติใด ๆ เลย จนกว่าร่างกายจะได้รับยาหรืออาหารบางชนิดที่ไปกระตุ้นโรค ซึ่งอาจทำให้มีอาการของคนที่อยู่ในภาวะโลหิตจาง เช่น อ่อนเพลีย มีไข้ หายใจไม่อิ่ม ปัสสาวะมีสีเข้ม เวียนศีรษะ ผิวหนังซีด ตัวและตาเหลือง หัวใจเต้นเร็ว ตับหรือม้ามโต เป็นต้น หากไม่ได้รับการรักษา อาจนำไปสู่ภาวะไตวายและเสียชีวิตได้ หากได้รับการรักษา อาการเหล่านี้จะกลับมาหายเป็นปกติ จนกว่าจะได้รับยาหรืออาหารบางชนิดที่ต้องห้ามอีก

 

อาการของโรค G6PD

อาการมักจะเกิดขึ้นทันทีหลังเป็นโรคติดเชื้อ หรือหลังได้รับยาที่แสลง หรือหลังจากที่กินถั่วปากอ้า มีอาการเป็นๆ หายๆ ได้บ่อย

  • มีไข้สูง หนาวสั่น ซีดเหลือง อ่อนเพลียมาก
  • ปัสสาวะสีดำคล้ายน้ำปลาหรือโคล่า
  • สำหรับทารกแรกเกิดจะมีอาการตัวเหลือง ตาเหลือง หลังคลอดเพียงไม่กี่วัน
  • อาการเหลืองจัด หรือเหลืองนานกว่าปกติ หรือมีภาวะซีดร่วมด้วย

ข้อควรปฏิบัติเมื่อลูกเป็น G6PD

  1. เมื่อเจ็บป่วย ไม่ควรซื้อยากินเอง ควรปรึกษาแพทย์และแจ้งให้แพทย์ทราบว่าเป็นโรคนี้
  2. หลีกเลี่ยงยาและอาหารบางอย่างเช่น ถั่วปากอ้า
  3. เมื่อมีอาการซีดลง เพลีย ปัสสาวะสีเข้ม เหมือนสีโค้ก ตัวเหลือง ตาเหลือง ควรพบแพทย์โดยด่วน

 

โรคนี้ไม่ได้เป็นโรคที่ร้ายแรง หากคอยระมัดระวังการกินหรือสัมผัสอาหารต้องห้าม

 

อาหารและยาประเภทใดบ้างที่คนเป็นโรค G6PD ห้ามกินหรือสัมผัส?

อาหารที่ควรเลี่ยง

  • ถั่วปากอ้า (Fava bean)
  • พืชตระกูลถั่วที่มีผลเป็นฝัก (all legumn) เช่น ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ถั่วฝักยาว
  • ไวน์แดง
  • บลูเบอร์รี่
  • การบูร (Camphor) Berberine (สารประกอบเชิงซ้อนที่มีฤทธิ์ต้านแบคทีเรียพบในสมุนไพร goldenseal)

สารเคมีที่ควรเลี่ยง

  • ลูกเหม็น (Naphthalene)
  • สีย้อมพวก Toluidine blue
  • สารหนูชนิดอินทรีย์-organic arsenic

ยาที่ควรหลีกเลี่ยง

  • ยากลุ่ม NSAIDs บางชนิด
  • ยาแอสไพริน
  • ยาปฏิชีวนะบางชนิด เช่น ยากลุ่มซัลฟา หรือไนโตรฟูแรนโทอิน เป็นต้น
  • ยาต้านมาเลเรียบางชนิด เช่น ควินิน หรือควินิดีน เป็นต้น

ดังนั้น เด็กทีเป็นโรคพร่องเอนไซม์ G6PD คุณพ่อคุณแม่ควรเห็นความสำคัญกับอาหาร ต้องหลีกเลี่ยงอาหารและยาที่มีผลทำให้เกิดภาวะเม็ดเลือดแดงแตกเฉียบพลันได้ หากต้องเข้ารับการรักษาหรือต้องได้รับยาจะต้องแจ้งแพทย์ เภสัชกร และพยาบาลให้ทราบทุกครั้ง ว่าตนเองเป็นโรคพร่องเอนไซม์ G6PD ในหลายสถานพยาบาลมักให้บัตรประจำตัวแก่ผู้ที่เป็นโรคพร่องเอนไซม์ G6PD เพื่อหลีกเลี่ยงยาที่อาจก่อให้เกิดปัญหาตามมาค่ะ

 

ที่มา :

เปิดรับตัวแทนจำหน่าย สนใจโทร 085-1194105 หรือแอดไลน์มาที่ @girlnui (พิมพ์ @ ด้วยค่ะ)